ประวัติ "หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์"
สืบสานเรื่องราวจากศรัทธาเหนือกาลเวลา ถอดรหัสทั้งจากตำนานพื้นบ้านและหลักฐานทางโบราณคดีวิทยา
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงหบุรี เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์" พระพุทธรูปปางโปรดอสุรินทราหูที่สำคัญยิ่ง องค์พระสร้างด้วยกรรมวิธีปูนปั้นโบราณ แกนในเป็นอิฐและศิลาแลง มีขนาดความยาวถึง 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว หรือเทียบเท่า 47.40 เมตร ซึ่งนับเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย โดยตัวองค์พระหันเศียรไปทางทิศตะวันออกและผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ
ตำนานความเชื่อและเรื่องเล่าปรำปรา
ตำนานสิงหพาหุผู้สร้างแกนทองคำ
เรื่องเล่าโบราณระบุว่า "สิงหพาหุ" มีบิดาเป็นสิงห์ ต่อมาเมื่อทราบความจริงเกิดความละอายใจจึงได้พลั้งมือฆ่าบิดาตนเอง ภายหลังเกิดความทุกข์ทรมานใจและเกรงกลัวต่อบาปกรรมอย่างยิ่ง จึงได้จัดสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้น โดยหล่อ แท่งทองคำแท้ขนาดใหญ่เท่า 3 กำมือ ยาว 1 เส้น เพื่อใช้เป็นแกนกลางหลักในการก่อสร้างองค์พระเพื่อเป็นการไถ่บาป ก่อนที่กาลเวลาจะทำให้องค์พระเดิมพังทลายกลายเป็นเนินดินจมหายไป
ท้าวอู่ทองบูรณะครอบแกนทอง
เวลาผ่านไปหลายชั่วอายุคน "ท้าวอู่ทอง" ได้คุมขบวนพ่อค้าเกวียนเดินทางผ่านมาขุดพบเจอแท่งทองคำดั่งตำนานกล่าว เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงได้ชักชวนกลุ่มพ่อค้าเกวียนและชาวบ้านในพื้นที่ให้ร่วมใจกัน ก่อสร้างองค์ปูนปั้นพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ขึ้นมาครอบทับแท่งทองคำนั้นไว้ เพื่อให้เป็นปูชนียสถานสืบมา
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมและโครงสร้างวิหาร
ในเชิงศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากพระนอนในยุคหลังอย่างเห็นได้ชัด ดังที่มีการบันทึกไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง "ระยะทางเสด็จประพาสมณฑลอยุธยา" ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2421 ความว่า:
"ตัวพระวิหาร ยาว 1 เส้น 7 วา กว้าง 11 วา เสาข้างในเป็นแปดเหลี่ยม อาการที่พระพุทธไสยาสน์บรรทม ไม่เหมือนอย่างกรุงเก่า หรือกรุงเทพฯ พระกรทอดออกไปมากเพราะเขนยหนุนไม่สู้ชันนัก เป็นบรรทมราบ แต่พระบาทซ้อนกันตรงเหมือนอย่างพระนอนทั้งปวง"
ลำดับเวลาและบันทึกการบูรณปฏิสังขรณ์
| ปี พ.ศ. | บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ |
|---|---|
| ก่อน พ.ศ. 1893 | สันนิษฐานเวลาก่อสร้างองค์พระพุทธไสยาสน์ดั้งเดิม เนื่องจากพุทธลักษณะรับอิทธิพลศิลปะสุโขทัยและอู่ทองตอนปลาย ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา |
| พ.ศ. 2297 | สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการและร่วมบูรณาการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยอยุธยาตอนปลาย (จุลศักราช 1111) |
| พ.ศ. 2299 | สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จพระราชดำเนินมาอีกครั้งเพื่อทำการสมโภชฉลององค์พระนอนหลังบูรณะเสร็จสิ้น |
| พ.ศ. 2421 | พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสมณฑลอยุธยา ทรงพบพระวิหารเดิมชำรุดหักพังลงมาทับองค์พระนอนจนเสียหายหนัก |
| พ.ศ. 2428 | การปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วเสร็จ โดยพระราชทานเงินค่านา และมีสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระบำราศปรปักษ์เป็นที่ปรึกษา สร้างพระวิหารใหม่ครอบองค์พระไว้ |
| พ.ศ. 2510 | กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกรมศิลปากรและประชาชน ดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหญ่รอบใหม่เพื่อรักษาสภาพโครงสร้างปูนปั้น |
| พ.ศ. 2519 | วันที่ 9 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จฯ มาทรงสักการะพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ |
⚙️ สะท้อนอารยธรรมและแรงศรัทธา
หากมองข้ามมิติทางด้านตำนาน จะพบว่าหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงขีดความสามารถเชิงช่างชั้นสูงของคนไทยโบราณในอดีต ยุคที่ปราศจากเทคโนโลยีหรือเครื่องจักรทุ่นแรง แต่สามารถคำนวณสัดส่วน โครงสร้าง และการรับน้ำหนักขององค์พระพุทธรูปปูนปั้นที่ยาวถึง 47 เมตรให้คงอยู่รอดผ่านภัยธรรมชาติและการล่มสลายของราชธานีมาได้จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจและมรดกโลกที่ประเมินค่าไม่ได้ของจังหวัดสิงหบุรี